บทที่ 10 อุ้มท้อง 5

            “มี่มี่...หึงหวงท่าน และหลายคืนที่ผ่านมา เราไม่ได้พบหน้ากัน ยิ่งทำให้โหยหา อยากกอด อยากสัมผัส อยากได้ยินคำหวานหูที่ท่านชอบพูดให้มี่มี่ฟัง”

“เจ้าช่างมักมาก และชอบเรียกร้องให้ผู้อื่นบอกรัก”

เมื่อเขาเอ่ยเช่นนั้น เฉินมี่ก็หัวเราะคิก ก่อนเป็นฝ่ายเอื้อมมือไปจับมือเขาแล้วส่งมันไปยังพื้นที่คับแน่นของตน

คราแรกเจิ้งเสี่ยวหยวนไม่ได้คิดทำในสิ่งสร้างความรัญจวนใจต่อนาง ทว่าเป็นฝ่ายเฉินมี่ซึ่งยั่วยวนและส่งสายตาอ้อนวอน นิ้วยาว ๆ เลยเปิดกลีบสวาทแล้วแทรกเข้าไปในพื้นที่ร้อนฉ่าของนาง

“เมื่อคืนข้าอ่านและดูหนังสือภาพใต้หีบเจ้าสาว พบว่ามีหลายสิ่งที่บุรุษต้องช่วยให้สตรีของเขาสัมผัสถึงความสุขในห้องหอ”

“คุณหนูเฉิน...เจ้ากำลังท้าทายบุรุษ”

เฉินมี่ยิ้มยั่วและปล่อยให้มือใหญ่สัมผัสกลีบงาม ๆ ของนางที่ไร้อาภรณ์ ส่วนริมฝีปากสวย ๆ ก็จู่โจมยอดหน้าอกเขา ดูด ขบเม้มก่อนที่นางจะกัดเบา ๆ เรียกร้องให้เจิ้งเสี่ยวหยวนกระทำให้นางกลายเป็นสตรีที่เดินทางไปสู่ประตูสวรรค์ให้เร็วที่สุด

ภายในเรือนหลังเล็กที่อุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้นจากความเร่าร้อนทางสายตาและท่าทางของหนุ่มสาว ไป๋ลู่เถียนก็เริ่มแผนของตน ซึ่งเสี่ยงอยู่สักหน่อย แต่ชาติภพใหม่นี้ มีสิ่งใดที่นางต้องกลัว อีกอย่างอี้ฟานคือสามีนาง เรื่องนี้ย่อมไม่เปลี่ยนแปลง!

“คุณชายฟาน ชะ... ช่วย ข้าได้หรือไม่ หยิบถุงหอมให้สักหน่อยเถิด” เสียงของไป๋ลู่เถียนคล้ายการเรียกสติของอี้ฟาน และชั่วขณะนั้นเองเขาก็เหมือนถูกปีศาจจิ้งจอกล่อลวง ยามนี้เสียงฝนดังเป็นระยะ ๆ มิต่างจากเสียงหัวใจเขาที่ดังถี่กระชั้น หากมันเกิดขึ้นนานกว่านี้ เขาอาจทนต่อการยั่วเย้าเบื้องหน้าไม่ไหว

“แม่นางเถียน ไฉนเจ้าถึงไม่สำรวม” คำกล่าวและน้ำเสียงดังอยู่สักหน่อย ฟังก็รู้ว่าตำหนิหญิงสาวและกำลังเตือนตนเอง

ไป๋ลู่เถียนถลึงตาใส่อีกฝ่าย แล้วกล่าวว่า

“ร่างกายข้าอ่อนเพลีย อีกทั้งหายใจไม่ใคร่สะดวก ปลดเปลื้องเสื้อผ้าที่รัดแน่น มันผิดด้วยหรือ”

อี้ฟานนิ่วหน้า ในขณะเดียวกันเขาก็เตรียมส่งถุงผ้าให้ไป๋ลู่เถียน หากเป็นนางที่เอ่ยขึ้นเสียก่อน

“คุณชายช่วยหยิบ ถุงหอมให้ข้าที”

นางออดอ้อนออเซาะ หากอี้ฟานคล้ายจะได้สติกลับคืน เขานึกถึงสิ่งที่เหอชิงกล่าว ผู้เป็นบิดาของชายหนุ่มกำลังตามหาหญิงงามเมือง ที่ปรนนิบัติเขาในห้องพัก ณ หอเซียนเมารัก

ซึ่งหากจะกล่าวไปแล้ว รูปภาพที่ฝ่ายนั้นนำมาให้เขาดูนั้นละม้ายไป๋ลู่เถียนหลายส่วน ปาก คิ้ว คาง โดยเฉพาะดวงตากลมโตที่คล้ายมีน้ำใสกลอกกลิ้งด้านใน ผิดแต่รูปนั้นวาดสีหน้าจัดและรูปภาพเติมแต่งให้หญิงในภาพคล้ายคณิกาหรือนางรำจากเปอร์เซีย

“ข้ารู้สึกผิดต่อแม่นางเถียนที่ไม่ได้ไปตามนัด”

เขาเอ่ยถึงเรื่องดังกล่าวและมองนางอย่างประเมิน สายตากับท่าทาง ดูเหมือนมีความนัยซ่อนเอาไว้ หากแต่ไป๋ลู่เถียนมิใช่นางร้ายตัวตลกแสนโง่งมคนเดิมแล้ว

“ใช่ ด้วยเรื่องดังกล่าว ทำให้ข้าต้องพบความบัดซบอย่างแสนสาหัส! มันคือตราบาปที่ผู้หญิงคนหนึ่งมิอาจตื่นจากฝันร้ายที่หลอกหลอนได้”

อี้ฟานจับต้นชนปลายในสิ่งที่นางกล่าวไม่ได้สักเท่าไหร่ จึงถามกลับ

“แม่นางเถียน ต้องการบอกสิ่งใดแก่ข้ากันแน่”

“คืนนั้น คือความผิดพลาด...ที่คุณชายฟานต้องรับผิดชอบข้า!”

ไป๋ลู่เถียนบอกอีกฝ่าย และบังทรงที่ปกปิดถันอวบอัดของนางก็หลุดลง อกอวบคู่งามประจักษ์ต่อสายตาของชายหนุ่ม

งดงาม มีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ทว่าจุดที่ทำให้สายตาเขาต้องมองด้วยความเครียดจัดก็คือ รอยช้ำเป็นจ้ำ ๆ

“ท่านเห็นหรือไม่ รอยดูด และรอยกัด...” นางชี้ให้เขาดูที่เนินถันข้างหนึ่ง และบริเวณลำคอซึ่งมีรอยกัดจาง ๆ ลงเหลือให้เห็น!

แน่นอนว่าอี้ฟานเห็น แต่นั่นยิ่งทำให้เขาเกิดแรงตัณหาดิบเถื่อนต่อร่างอันเย้ายวนของไป๋ลู่เถียน

“เจ้าถูกผู้ใดย่ำยี!”

อี้ฟานเดือดดาลตวาดเสียงดุดัน ในใจครั่นคร้ามว่า ชายผู้นั้นอาจจะเป็นบิดาของตน!

ไป๋ลู่เถียนตัวสั่น ขอบตานางแดงระเรื่อ มินานน้ำใสที่อุ่น ๆ ก็คลอหน่วย

ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าอี้ฟาน ทำให้หัวใจเขารวดร้าว แต่เดิมเพียงอยากได้สมบัตินางและแกล้งตบแต่งเข้าสกุลปัน แล้วให้นางรับมือฮูหยินหม้ายผู้เป็นย่าของเขา เพียงไม่กี่เดือน สตรีบ้านนอกที่ไม่รู้จักกฎเกณฑ์คนเมืองหลวงคงทุกข์ทรมานอย่างหนัก และหากเมื่อใดนางทำผิดกฎเรือน ย่อมถูกส่งออกไปอยู่เรือนนอก ซึ่งนั้นคือการตัดปัญหาของอี้ฟาน ตัวเขาก็ได้อยู่สกุลปันในฐานะบุตรชายของปันเส้าเฟิง พร้อมสมบัติที่ไม่ต้องออกแรงหาให้เหนื่อยยาก

“อาเถียน...ตอบข้ามา ผู้ใดข่มเหงเจ้า!”

เมื่ออี้ฟานระงับโทสะลงก็เอ่ยถาม ยามนี้เขาอยากปลอบขวัญนาง ฝ่ายไป๋ลู่เถียนก็สะอื้นไห้ นางดูเปราะบางประหนึ่งจะแตกสลายลงได้ทุกขณะ

“ข้าเมา...คุณชายฟาน สตรีที่ครองสติตนไม่ได้ ทั้งพบกับความเสียใจพร้อม ๆ กันหลายเรื่อง ย่อมทำได้แค่รักษาชีวิตตนเอาไว้”

อี้ฟานยกมือขึ้น เขาห้ามไม่ให้นางเอ่ยสิ่งใดอีก เขาโมโหและโกรธตัวเองที่นัดนางไปยังหอเซียนเมารัก อีกทั้งมีคำถามในหัวผุดขึ้น ซึ่งสิ่งที่น่ากลัวเกินจะรับ ทว่าเขากลับขี้ขลาดไม่กล้าเอ่ยออกไป

บทก่อนหน้า
บทถัดไป